Nokia 603

 

 

Review Nokia 603

สวัสดีครับวันนี้เรามี Nokai 603 มาให้ดูกันนะครับ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

เมื่อเราทำการแกะกล่องออกมาแล้วนะครับ เราจะเห็นอุปกรณ์ที่ทางศูนย์มีมาให้นะครับ

เท่าที่เห็นก็จะมี สายฉาร์ไฟ ชุุดหูฟัง สายเชื่อมต่อUSB  และก็มี Nokai 603

นี่คือหน้าตาของ Nokai 603 นะครับ

Nokia 603 มีหน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive ขนาด 3.5 นิ้ว โดยเป็นจอ TFT

เสริมเทคโนโลยี IPS ที่ให้ความสว่างเป็นพิเศษ ซึ่งทางโนเกียเรียกจอนี้ว่า

Nokia Clearback Displayมีเซ็นเซอร์ปรับระดับแสง และเซ็นเซอร์วัดระยะห่างเพื่อดับไฟหน้าจอขณะสนทนา

นี่จะเป็นส่วนด้านล่างของเครื่องนะครับ จะมีปุ่มควบคุมอยู่ 3 ปุ่มนะครับ

ปุ่มแรกก็คือ ปุ่มโทรเข้าโทรออก ปุ่มclear ปุ่มวางสายหรือปุ่มปิดเครื่องครับ

พอเราเลื่อนขึ้นไปดูในส่วนบนของเจ้า Nokia 603 หน้าจอมีความคมชัดมากด้วย

แล้วเราก็จะเห็นลำโพงที่ไว้ใช้ตอนโทรเข้าโทรออกนะครับ

เมื่อเราไปดูส่วนขอบด้านบนสุด ก็จะเห็นรูที่ใช้เชื่อมต่อทั้งหมด 3 ลักษณะ

อันแรกจะเป็นปุ่มที่ไว้ใช้ในการ lock หน้าจอ

ถัดมาจะเเป็นรูที่ใช้ในการเชื่อมต่อหูฟัง ถัดไปจะเป็นรูของUSB

ที่ใช้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ หรือฉาร์แบตตอรี่นะครับ

ปุ่มที่เห็นนี้จะเป็นปุ่มเพิ่มลดเสียงที่อยู่ด้านขอบขวาของเครื่อง

ถัดลงมาในด้านเดียวกันจะมีปุ่มเล็กๆอยู่ นี่คือปุ่มที่ใช้สำหรับกดในโหมดถ่ายรูปครับ

ปุ่มที่อยู่ในลักษณะนี้จะมีการใช้งานที่ง่ายกว่าแบบสัมผัสหน้าจอ

เมื่อผลิกไปดูหน้าหลังแล้วจะเห็นกล้องของเจ้า Nokia 603 ที่มีความคมชัดถึง 5 ล้าน px

ถัดลงมาจะเป้นลำโพงที่มาพร้อมกับตัวเครื่องครับ

ที่เห็นนี้จะเป็นรูที่ใช้สำหรับคล้องโทรศัพท์หรือไว้ห้อยพวงกุญแกครับ ซึ่งจะอยู่ด้านล่างขวาของเครื่อง

นี่คือความพิเศษของเจ้า Nokai 603 คือสามารถใช้ microsim เพื่อความทันสมัยมายิ่งขึ้น

เมื่อเราแกะฝาด้านหลังออกแล้วเราสังเกตที่ด้านบนของฝาหลังจะมีแผง ที่เห็นเทคโนโลยีที่

เรียกว่าNFC (Near Field Communication) เทคโนโลยีการสื่อสารระยะใกล้ที่จะทำให้ชีวิต

ของเราง่ายขึ้นเพียงแค่นำโทรศัพท์ไปสัมผัสกับอุปกรณ์ที่รองรับ ซึ่งตอนนี้ Nokia

ก็ได้ออกหูฟังไร้สายที่รองรับเทคโนโลยี NFC ให้ซื้อหาไปใช้งานร่วมกันได้ครับผม

ข้อมูลพื้นฐานที่มาพร้อมกับ Nokai 603

ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle
Nokia ClearBlack display สุดสว่าง
หน่วยประมวลผลความเร็ว 1 GHz
กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอแบบ HD 720p
เครื่องเล่นเพลง พร้อมช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม.
วิทยุ FM สเตอริโอ
รองรับ 3G/Wi-Fi
ระบบนำทาง Ovi maps ฟรีตลอดชีพ

VDO แนะนำข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ Nokai 603

==  การใช้งานเบื่องต้น

==  การใช้งานเบื้องต้น1

 

 

 

ค่ายมือถือต่างเปิดตัวดาต้าโรมมิ่งเพื่อแข่งขันด้านการตลาด

เรามาดูทางค่ายแรกกันเลยนะครับที่ทำ

การเปิดตัวเจ้าดาต้าโรมมิ่งนั่นคือ DTAC

นายวรรษิษฐ์ ไสยวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทคเปิดบริการดาต้าโรมมิ่งแบบไม่ต้องเลือกเครือข่ายเป็นครั้งแรกในไทย โดยครอบคลุม 50 ประเทศทั่วโลก ด้วยแพกเกจ 25MB/วัน 350 บาท, 75MB/3 วัน 950 บาท, 175 MB/ 7 วัน 2,100 บาท, และ 500MB/ 7 วัน 2,599 บาท

จุดขายของดาต้า โรมมิ่งดีแทค คือ เรามองบริการเป็นประเทศ ลูกค้าไม่ต้องสนใจว่าจะเลือกใช้เครือข่ายของโอเปอรเตอร์ใดในต่างประเทศ เพราะลูกค้าจะได้ใช้บริการดาต้าบนโครงข่ายที่ดีที่สุดในแต่ละประเทศ ด้วยค่าบริการตามแพกเกจดังกล่าว”

นอกจากนี้ลูกค้าดีแทค ยังได้ใช้บริการไว-ไฟ ฟรีอีกกว่า 7 แสนจุดใน 117 ประเทศแบบไม่จำกัด สำหรับลูกค้าดีแทคที่สมัครแพกเก็จดาต้าโรมมิ่งเริ่มต้น 350บาท/วันและเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2555

ลูกค้าที่ใช้งานแพกเกจใหม่นี้จะมีความสบายใจยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพราะไม่จำเป็นต้องเลือกใช้เฉพาะเครือข่ายโรมมิ่งที่กำหนดไว้อีกต่อไป และหมดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายสูงที่อาจเกิดขึ้นตามมาจากการเลือกเครือข่ายไม่ถูกต้อง โดยลูกค้าสามารถใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ทุกที่ทุกเวลาตลอดการเดินทาง

ปัจจุบันมีลูกค้าดีแทคประมาณ 4 แสนรายใช้บริการโรมมิ่ง และมีลูกค้ากว่า 1 แสนรายใช้บริการดาต้าโรมมิ่ง โดยรายได้จากบริการโรมมิ่งมีการเติบโตประมาณ 8-9% ในแต่ละปี”

 

 

 

ต่อมาเป็นค่ายของทรูกันนะครับ

นายสุพจน์ มหพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจบริการระหว่างประเทศ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนของลูกค้าทรูมูฟและทรูมูฟเอชในระบบโพสต์เพด พบว่ามีความต้องการใช้แอปพลิเคชั่นประเภทโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก หรือ แชทออนไลน์ อย่าง แอปฯไลน์ บนโครงข่ายไว-ไฟในต่างประเทศ ทรูจึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรใน 6 ประเทศ 5 ผู้ให้บริการไว-ไฟ ประกอบไปด้วย พีซีซีดับบลิว ประเทศฮ่องกง, โคเรีย เทเลคอม เกาหลีใต้, ไชน่า เทเลคอม จีน, ฟาร์อีสโทน ไต้หวัน และโทมิโซน ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อให้บริการโรมมิ่ง ไว-ไฟ

‘นับเป็นการยกระดับบริการระหว่างประเทศขึ้นไปอีกขั้น ที่ทำให้ลูกค้าทรูมูฟ และทรูมูฟ เอช สามารถออนไลน์ข้ามแดนผ่านเครือข่ายไว-ไฟได้ทุกที่ทุกเวลาแม้อยู่ในต่างประเทศผ่านฮอตสปอตกว่า 200,000 จุด’

ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มทรูที่ใช้บริการโรมมิ่งประมาณ 140,000 ราย โดยมีประมาณ 15,000-22,000 รายที่ใช้งานอยู่เป็นประจำ ซึ่งบริการโรมมิ่งไว-ไฟนี้คงไม่ทำให้รายได้เพิ่มมากขึ้น แต่ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายของลูกค้าเวลาใช้งานในต่างประเทศ ไม่ต้องซื้อบริการไว-ไฟ ก็สามารถใช้บริการโรมมิ่งไว-ไฟได้ทันที โดยใช้ยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ด เหมือนกับที่ใช้ในประเทศไทยทุกประการ

ตลาดโรมมิ่งไว-ไฟเพิ่งเริ่ม ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานจะเห็นความร่วมมือกับผู้ให้บริการไว-ไฟในต่างประเทศรายใหญ่ๆ อีก 4-5 ราย”

ปีที่ผ่านมา รายได้โรมมิ่งของกลุ่มทรูประมาณ 1,300 ล้านบาท ซึ่งปีนี้คาดว่าจะอยู่ในระดับเดียวกัน โดยเป็นรายได้จากการโรมมิ่งของกลุ่มลูกค้าต่างประเทศที่เข้ามาใช้โครงข่ายของทรูประมาณ 90% ซึ่งส่วนหนึ่งจะต้องหักค่าบริการให้กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จึงทำให้คาดว่ารายได้จะยังคงอยู่ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว

นายนนท์ อิงคุทานนท์ ผู้จัดการทั่วไป สายงานบริการบรอดแบนด์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูเปิดให้บริการไว-ไฟโรมมิ่งระหว่างประเทศเป็นรายแรกของวงการมือถือ พร้อมโปรโมชันพิเศษค่าบริการนาทีละ 2 บาท จ่ายสูงสุดไม่เกิน 149 บาทต่อวัน

ปัจจุบันลูกค้าที่ใช้บริการไว-ไฟของทรูมีประมาณ 1 ล้านราย เป็นลูกค้าที่ใช้มือถือ 65% ที่เหลือเป็นลูกค้าที่ใช้บรอดแบนด์ และลูกค้าที่ใช้แบบเป็นรายครั้ง แต่แนวโน้มการใช้งานไว-ไฟบนมือถือนับวันจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเติบโตของสมาร์ทโฟนที่ทำให้มีการใช้งานผ่านไว-ไฟมากขึ้นตามไปด้วย โดยในปีนี่ตั้งเป้าที่จะขยายไว-ไฟให้ครอบคลุม 60 จังหวัด เวลานี้ดำเนินการไปแล้ว 30 จังหวัด โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,400 ล้านบาท

ลูกค้าที่ใช้บริการไว-ไฟของผู้ให้บริการรายอื่นน่าจะอยู่ในระดับหลักแสนกว่ารายเท่านั้น ซึ่งทรูเชื่อว่า มีส่วนแบ่งตลาดไว-ไฟในเวลานี้ประมาณ 70% ของตลาด”

asus transformer infinity 3g มาแน่ เมษา – พฤษภาคม 2555 นี้

จากข่าว เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ces  2012 ล่าสุดทาง Asus ก็ได้เปิดตัวแท็บเล็ตตัวใหม่ถึง 3 รุ่น ในงาน MWC 2012 โดยจะมี Asus Padfone (แท็บเล็ต 3 in 1) , Transformer Pad 300 และตัวที่อยู่ในข่าวนี้ TF700T (หรือ Transformer Prime รุ่นอัพเกรด) โดยจะมาในชื่อว่า Transformer Pad Infinity ที่มาพร้อมหน้าจอ FullHD ความละเอียด 1920 x 1200 มีทั้งรุ่น 3G, 4G และ WiFi นอกจากนั้นยังใช้กระจกกันรอย Gorilla Glass 2 ด้วย ส่วนรายละเอียดและสเป็คต่างๆมีดังนี้

รายละเอียดและสเป็คของ Transformer Pad Infinity

- Operating System: Android 4.0 (Ice Cream Sandwich)
- Display: 10.1” (1920 x 1280) Super IPS+ capacitive multi-touch with Corning Gorilla Glass 2
- CPU: NVIDIA® Tegra® 3 T33 quad-core (1.6GHz)
- Memory: 1GB DDR3 RAM
- Storage: 16/32/74GB SSD + microSD card slot + 8GB free ASUS WebStorage
- Wireless connectivity: 802.11b/g/n, Bluetooth 4.0
- Tablet ports: 3.5mm audio jack, microHDMI 1.4a, microSD card
- Cameras: 8-megapixel rear with autofocus, LED flash and HD (1080p) video recording; 2-megapixel front
- Sensors: Accelerometer, ambient light, gyroscope, e-compass
- Battery: 25Wh (up to 10 hours)
- Dimensions: 263 x 180.8 x 8.5mm
- Weight: 585g
** เห็นว่ารุ่นที่รองรับ 4G จะใช้ซีพียู Qualcomm Snapdragon S4 MSM8960 ความเร็ว 1.5GHz (ARM Cortex A15 dual-core) ตัวแรงเลยครับ

รายละเอียดของตัว Keyboard dock
- Qwerty keyboard, trackpad, USB 2.0 port, SD card slot
- Battery: 22Wh (up to 6 hours)
- Dimensions: 263 x 180.8 x 10.4mm
- Weight: 537g

 

Transformer Pad Infinity TF700T นับเป็นแท็บเล็ตระดับ High-end อย่างแท้จริง เพราะด้วยหน้าจอและสเป็คต่างๆนั้นบอกได้คำเดียวว่าครบเครื่อง อีกอย่างก็มีทั้งรุ่น 4G,3G WiFi ให้เลือกซื้อได้ตามการใช้งานเลยด้วย ในส่วนของราคายังไม่ระบุ แต่จะวางขายในช่วงไตรมาสที่ 2 นี้ครับ

เกมส์แชร์ภาพงานคอมมาร์ท

กติกา..ง่ายๆเหมือนเดิมครับ เพียงสมาชิก “กด Like” และ “กดแชร์” รูปภาพงานคอมมาร์ท http://www.facebook.com/EpsonExceed4All

ตั้งแต่วันนี้ – 25 มีนาคม 2555
ผู้โชคดี ลุ้นรับ Gift voucher Sukishi มูลค่า 500 บาท จำนวน 1 รางวัล

**ประกาศผลชื่อผู้โชคดี วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม 2555** ครับ

Review:เครื่องฟอกอากาศ Bionaire bap 9424

เครื่องฟอกอากาศ BIONAIRE รุ่น BAP-9424

เครื่องฟอกอากาศ  BIONAIRE รุ่น BAP-9424

           ใช้งานกับห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศ สำหรับผู้เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจและโรคภูมิแพ้ (สมาคมโรคภูมิแพ้ประเทศอังกฤษแนะนำให้ใช้) บุคคลทั่วไปใช้สำหรับลดปริมาณฝุ่นละอองและเชื้อโรคต่างๆที่แขวนลอยอยู่ในอากาศ พร้อมทั้งกำจัดกลิ่นและก๊าซพิษต่างๆ

ปุ่มสำหรับเปิดเครื่่องจะอยู่ตอนหน้าตรงโลโก้ ตรงมึฃุมสามเหลี่ยม

          เมนู จะมี 4 เมนูให้เลือก เมนูที่1 เป็นเมนูพัดลม ปรับได้ถึง 3ระดับ และเงียบสุดใน Speed ต่ำ (ต่ำกว่า 30 dB)  มีการกระจายลมได้รอบปรับได้ถึง 360° (รอบตัว) เมนูที่ 2 เป็นเมนูการตั้งเวลาปิด/เปิด 8 ชั่วโมง  3. เมนู Electronic filter monitor มีสัญญาณไฟแสดงให้ทราบว่าเวลาไหนเหมาะสมที่จะเปลี่ยนแผ่นกรอง ULPA    เมนูสุดท้ายเป็นสวิชท์เพิ่มเติมในการกระจายประจุลบ (IONISER) ให้ความสดชื่นและออกซิเจนบริสุทธิ์เหมือนอากาศตามธรรมชาติ

ด้านหน้า จะเป็นช่องระบายความเย็น

ด้านหลัง เป็นช่องกรองอากาศ

ด้านข้างของเครื่องจะเป็นเงา

ด้านหลังเครื่อง ใต้แผ่นกรองจะมีสาย สำหรับเสียบปลั๊กไฟ

ส่วนด้านบนจะเป็นหูหิ้ว ไว้สำหรับหิ้วเคลื่อนย้ายเครื่่องได้ง่าย

ข้อดี

  • เพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้กับห้อง
  • ระบบไอออนลบ แยกอิสระ ทำให้อากาศสดชื่นแยกสวิสซ์ เปิด/ปิด
  • พัดลม 3 Speed เงียบสุดใน Speed ต่ำ 30DB
  • ระบบฟอกอากาศแบบ แผ่นกรองพิเศษระดับ ULPA

 

Review มือถือ Nokia 603

Nokia 603 ใหม่เกาะกล่องเลยค่ะ

  • ขนาด: 113.5 x 57.1 x 12.7 มม.น้ำหนัก (พร้อมแบตเตอรี่): 109.6 กรัมปริมาตร: 74 ซีซีหน่วย
  • ความ จำหน่วยความจำภายใน: 2GB ขนาดของหน่วยความจำภายในอาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศรองรับหน่วยความจำได้สูง ถึง 32 GB ด้วยการ์ดหน่วยความจำ  microSDสมรรถนะของแบตเตอรี่
  • ระยะเวลาสนทนา (สูงสุด): GSM 16 ชั่วโมง/WCDMA 7 ชั่วโมง
  • ระยะเวลาเปิดเครื่องรอรับสาย (สูงสุด):GSM 460 ชั่วโมง/WCDMA 490 ชั่วโมง
  • ระยะเวลาเล่นวิดีโอ (H.264 720 พิกเซล, 25 fps, สูงสุด): 10 ชั่วโมงระยะเวลาเล่นเพลง (โหมดออฟไลน์, สูงสุด): 75 ชั่วโมง
  • ท่องเว็บผ่าน 3G ได้นาน 7 ชั่วโมง
  • ความละเอียด: 16:9 nHD (640 x 360 พิกเซล)
  • หน้า จอ ClearBlack TFT-LCD รองรับเทคโนโลยี IPS เพื่อความคมชัดและมุมมองที่ดีกว่า ใช้งานภายนอกได้เหนือกว่าโทรศัพท์รุ่นอื่นๆ ในระดับเดียวกัน
  • 16.7 ล้านสี; 160° มุมมอง, ความสว่าง 1000 nits
  • หน้าจอระบบสัมผัสแบบ capasitive
  • เซ็นเซอร์ปรับมุมหน้าจอ (มาตรวัดแรงโน้มถ่วง)
  • เซ็นเซอร์วัดระยะห่างเซ็นเซอร์วัดระดับแสงโดยรอบ

ระบบเซ็นเซอร์ (Sensor)

  •  ตรวจจับแสงปรับความสว่างอัตโนมัติ (Ambient light)
  • ตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง (Accelerometer)
  • ระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา (Proximity)

เปิดกล้องมาจะเจอกับมือถือ Nokia 603

อุปกรณ์เสริมที่แถมมาในกล้อง มีที่ชาร์ตแบตเตอรี่ หูฟัง และสาย USB

แบตเตอรี่ก้อนใหญ่ รุ่น BP-3L  ใช้งานได้นานประมาณ 3 วัน

ด้านหลังเครื่อง  Nokia 603

 

ด้านบนใกล้ๆกล้องด้านในจะเป็นช่องใส่ซิมการ์ด ขนาดเล็ก

รูปนี้จะมองเห็นว่าซิมการ์ดมีขนาดเล็กจริงๆ

ส่วนด้านข้างตัวกล้อง จะมีช่องใส่เมมโมรี่การ์ด

หลังจากที่ใส่ซิมการ์ดและเมมโมรี่การ์ดเสร็จแล้ว เราก็ใส่แบตเตอรี่ลงไป และปิดฝาด้านหลัง

 

ด้านหลังของเครื่องจะมีช่องลำโพงของเครื่องอยู่ ส่วนตรงด้านบนจะเป็นกล้อง

กล้องของ Nokia 603     5 ล้านพิกเซล ไม่มีแฟต

ด้านบนของเครื่องจะมีช่องเสียบ USB /USB ที่ซาร์ต ช่องเสียบหูฟัง และปุ่มปลดล็อคเครื่อง

ด้านใต้เครื่องของเครื่อง ตรงมุมจะมีช่องขนาดเล็กสำหรับใส่พวงกุญแจ

ด้านข้างจะมีปุ่มเพิ่ม-ลด เสียงและ ถัดลงมาจะเป็นปุ่มกล้องถ่ายรูป

มองจากด้านข้าง Nokia 603 จะมีขนาดบางมาก จับเหมาะมือ

          ด้านบนนี้จะเป็นเซนเซอร์   ตรวจจับแสงปรับความสว่างอัตโนมัติ (Ambient light) ,ตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่่อง (Accelerometer) ,ระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา (Proximity)

ด้านล่างจะมีปุ่มเปิด-ปิด ปุ่มตรงกลางจะเป็นเมนูต่างๆ ถัดมาเป็นปุ่มโทรออก-รับสายเรียกเข้า

หน้าตาตอนเปิดเครื่องของ เครื่อง Nokia 603

 

หน้าแรกหลังจากเปิดเครื่องเสร็จแล้ว

ฟังก์ชัน

เมนูแผนที่ เราสามารถเลือกดูเมนูแผนที่ที่ต้องการได้

ตัวอย่างเช่น ดูแผนที่พิกัดที่เราอยู่ จะแสดงข้อมูลที่เราอยู่ขึ้นมาว่าอยู่ที่ไหน

เมนูลัด เราจะเปลี่ยนภาพพื้นหลังหน้าจอค่ะ

นี่คือรูปภาพพื้นหลังที่เราเปลี่ยนแล้วค่ะ

ลองเข้าไปดู www. youtube.com ค่ะ เล่นได้สบายเลยค่ะ ไม่มีติด

เมนูต่อมา เราจะลองเข้า Mail กันดูค่ะ

พอเลือก Mail จะขึ้นเมนูนี้มาก่อนค่ะ

เลือกเมนูที่ต้องการค่ะ

กรอกอีเมลล์และรหัสผ่านเข้าไปค่ะ และเลือกเครื่องหมายถูก ระบบจะทำการเชื่อมต่อค่ะ

จุดเด่นของ Nokia 603 คือ

ใช้หน้าจอ ClearBlack LCD พร้อมเทคโนโลยี IPS ที่สามารถทำความสว่างได้สูงถึง 1000 nits  ส่วนสเปคเต็มๆ มีดังนี้

    • ซีพียูความเร็ว 1 GHz
    • มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Symbian Belle
    • รองรับ HSPA ความเร็วสูงสุด 14 Mbps
    • หน้าจอ ClearBlack LCD ขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด 640 x 360 พิกเซล (nHD)
    • หน่วยความจำภายใน 2 GB และเพิ่มเมมโมรี่ได้สูงสุด 32 GB
    • กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซลแบบ Full-Focus ถ่ายวิดีโอได้ 720p
    • รองรับการเชื่อมต่อพื้นฐานครบถ้วน แน่นอนว่ามีชิป NFC ด้วย

เอปสันฉลองขยายโครงการรีไซเคิลตลับหมึก ‘SATOGAERI’ สู่นานาชาติครั้งแรก ณ งาน EPSON ENVIRONMENTAL PRESS FORUM 2011

เมืองชิโอจิริ, ประเทศญี่ปุ่น15 ธันวาคม 2554 – เอปสันประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ‘โครงการตลับหมึกคืนสู่เหย้า’ (Project Homecoming) ในประเทศสิงคโปร์ ณ งาน Epson Environmental Press Forum ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยโครงการตลับหมึกคืนสู่เหย้าครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือกันครั้งแรกระหว่างบริษัทผู้ผลิตตลับหมึกในภูมิภาคเอเชีย นับเป็นการต่อยอดโครงการสู่ระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก โดยมีต้นแบบเป็นโครงการรีไซเคิลตลับหมึกในประเทศญี่ปุ่น ที่ชื่อ Ink Catridge Satogaeri ซึ่งเอปสันได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย

งาน Epson Environmental Press Forum จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ควบคู่ไปกับงาน Japan Eco-Products 2011 Exhibition ซึ่งเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และเอปสันได้เข้าร่วมเช่นกัน ปีนี้ เอปสันแถลงรายละเอียดชูผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยกให้สินค้าอิงค์เจ็ท พรินเตอร์ที่เปิดตัวไปล่าสุด       มีจุดเด่นที่ใช้เทคโนโลยีซึ่ง ‘ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม’ เป็นพระเอกของงาน

เปิดตัวโครงการตลับหมึกคืนสู่เหย้า

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา เอปสันพร้อมด้วยผู้ผลิตรายอื่นๆ อาทิ บราเธอร์ แคนนอน เดลล์ และ เล็กซ์มาร์ค ได้ร่วมกันเปิดตัวโครงการรีไซเคิลตลับหมึกในประเทศสิงคโปร์ โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างบริษัท โครงการตลับหมึกคืนสู่เหย้าครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนหันมารีไซเคิลตลับหมึก    ด้วยการจัดเตรียมถังรีไซเคิลไว้ให้บริการตามจุดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถจัดการรีไซเคิลตลับหมึกที่ใช้แล้วได้อย่างถูกวิธี

ครงการนี้ ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการห้องสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ ด้วยการจัดจุดรับรีไซเคิลตลับหมึกไว้ตามสาขาต่างๆ ของห้องสมุดรัฐในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งประชาชนสามารถนำตลับหมึกใช้แล้วของพรินเตอร์ยี่ห้อใดก็ได้มารีไซเคิลได้อย่างสะดวก

โครงการ Ink Cartridge Satogaeri

โครงการ Ink Cartridge Satogaeri ซึ่งจัดขึ้นที่ญี่ปุ่นและเป็นแม่แบบของโครงการที่จัดขึ้นที่สิงคโปร์นั้น ถือเป็นความร่วมมือระหว่างแบรนด์ต่างๆ ในการรีไซเคิลตลับหมึกที่ใหญ่ที่สุด โดยบราเธอร์ แคนนอน เดลล์ เอปสัน เอชพี และเล็กซ์มาร์คได้ร่วมกันจัดโครงการนี้ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2551 โดยมีเป้าหมายเดียวกับโครงการตามแบบที่สิงคโปร์ นั่นคือโครงการ Ink Cartridge Satogaeri มุ่งที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนนำตลับหมึกมา    รีไซเคิลได้โดยง่าย ในปัจจุบัน ญี่ปุ่นได้จัดกล่องรองรับตลับหมึกใช้แล้วไว้กว่า 5,000 จุด ซึ่งตั้งอยู่ตามไปรษณีย์และหน่วยงานราชการท้องถิ่นทั่วประเทศ

ในงาน Epson Environmental Press Forum มีการนำสื่อมวลชนไปเยี่ยมชม Epson Mizube ซึ่งเป็นสถานที่คัดแยกตลับหมึกของโครงการ Ink Cartridge Satogaeri ที่ให้โอกาสผู้ทุพพลภาพได้ทำงานและมีรายได้ นอกจากนี้ สื่อมวลชนยังได้รับเชิญให้ร่วมทดลองกระบวนการคัดแยกตลับหมึกอย่างละเอียด ซึ่งดำเนินการโดย Ings Shinano บริษัทพันธมิตรของเอปสัน

การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในงาน เอปสันได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับเทคโนโลยีซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเอปสันก้าวขึ้นสู่แถวหน้าในแง่ของการประหยัดพลังงาน มีขั้นตอนการทำงานที่รวดเร็ว และบริษัทยังลดการเคลือบสีลงบนผลิตภัณฑ์อีกด้วย ซึ่งเอปสันได้ตระหนักถึงคุณสมบัติดังกล่าว ในระหว่างการปรับปรุงเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของสินค้า

“สโลแกน ‘ผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า เพื่ออนาคตที่ดีกว่า’ มีส่วนสำคัญยิ่งต่อการออกแบบและรีไซเคิลผลิตภัณฑ์ของเอปสัน รวมถึงทิศทางการดำเนินงานขององค์กร มร.โมโนโทริ โอคุมุระ ผู้บริหารไซโก้ เอปสัน คอร์เปอเรชั่นกล่าว “นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เอปสันริเริ่มโครงการต่างๆ ขึ้น อาทิ โครงการ Ink Cartridge Satogaeri และ โครงการ ‘ตลับหมึกคืนสู่เหย้า’ ที่ผ่านมาเราได้นำเสนอเทคโนโลยีซึ่งมีขนาดกะทัดรัด ประหยัดพลังงานและมีความแม่นยำสูง รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีกระบวนการทำงานที่สะดวกรวดเร็วกว่าให้กับลูกค้า เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”

เกี่ยวกับงาน Eco-Products 2011 Exhibition

งาน Eco Products Exhibition ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 13 ปี โดยจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2542 ณ กรุงโตเกียว         แต่ละปี จะมีบริษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นจากทุกสาขา อาทิ ไอที การเงิน สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม ขนส่ง บริษัทผู้ผลิต รวมถึงหน่วยงานราชการเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรมขององค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 750 ราย บูทจัดแสดงกว่า 1,750 บูท และจัดเป็นงานที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

เกี่ยวกับเอปสัน

เอปสันคือผู้นำด้านนวัตกรรมภาพถ่ายระดับโลก ที่มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เหนือความคาดหวังให้กับลูกค้าของเราทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีขนาดกะทัดรัด ประหยัดพลังงาน และให้ความเที่ยงตรงแม่นยำสูง กลุ่มผลิตภัณฑ์ของเอปสันมีตั้งแต่ พรินเตอร์และโปรเจ็คเตอร์ 3LCD ทั้งสำหรับองค์กรและส่วนบุคคล ไปจนถึงเซนเซอร์และอุปกรณ์ขนาดเล็กต่างๆ โดยกลุ่มบริษัทเอปสัน ภายใต้การนำของ ไซโก เอปสัน คอร์ปเปอเรชั่นในประเทศญี่ปุ่น มีพนักงานทั้งสิ้นกว่า 78,000 คน ในบริษัททั้ง 99 แห่งทั่วโลก ซึ่งเอปสันภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งตอบแทนสิ่งดีๆคืนสู่สังคม http://global.epson.com/

เกี่ยวกับเอปสันเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์

นับตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมา เอปสันได้ก่อตั้งและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในตลาดหลักหลายแห่งในกลุ่มประเทศแถบเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์ ด้วยการนำของเอปสัน สิงคโปร์ จำกัด ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ส่วนภูมิภาค ทำให้เอปสันเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์ ขยายงานได้อย่างรวดเร็ว โดยมีเครือข่ายที่แข็งแรงใน 18 ประเทศ ซึ่งรับผิดชอบสินค้าผู้บริโภค ในกลุ่มสินค้าภาพถ่ายดิจิตอล และดูแลกลุ่มลูกค้าของตลาดดังกล่าวผ่านเครือข่ายร้านค้าผู้ให้บริการ จำนวน 427 แห่ง เอปสัน โซลูชัน เซนเตอร์ 4 แห่ง โรงงานผลิต 10 แห่ง และ ศูนย์ R&D 1 แห่ง http://www.epson.com.sg

 

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ 
เอปสัน ประเทศไทย

วิสาข์ ธนวิภาคย์

ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด

โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 870

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: wisa.t@eth.epson.co.th

 

ฐิติมา ราชสมบัติ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารการตลาด

โทร: 0-2685-9888 ต่อ: 871

แฟกซ์: 0-2670-0669

อีเมล์: thitima.r@eth.epson.co.th

 

บริษัท พีอาร์พีเดีย จำกัด

ชัยวัฒน์ สิมะวัฒนา

ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์

โทร: 0-2438-9945 ต่อ 17

แฟกซ์: 0-2438-7767

อีเมล์: chaiwat@prpedia.co.th

 

ปาณิศา ใจรักษาธรรม

ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์

โทร: 0-2438-9945 ต่อ 12

แฟกซ์: 0-2438-7767

อีเมล์: panisa@prpedia.co.th

เอปสันครองแชมป์ Brand Survey 2011 ยอดเยี่ยมด้านโปรเจคเตอร์ อีกปี พร้อมเลื่อนขั้นมาเป็นแชมป์ในหมวดเครื่องพิมพ์ อิงค์เจ็ท

เอปสันครองแชมป์ Brand Survey 2011 ยอดเยี่ยมด้านโปรเจคเตอร์ อีกปี

พร้อมเลื่อนขั้นมาเป็นแชมป์ในหมวดเครื่องพิมพ์ อิงค์เจ็ท

    เอปสัน ผู้นำด้านโซลูชั่นภาพดิจิตอลและการพิมพ์ ได้รับรางวัล  HWM 8th Year Anniversary Brand Survey Award 2011 โดยนิตยสารฮาร์ดแวร์ แมกกาซีน  ทางเอปสันได้รับรางวัลป็อปปูล่าที่สุดในกลุ่มสินค้าคอมพิวเตอร์ ในหมวดสินค้ายอดเยี่ยมด้านโปรเจคเตอร์และ สินค้ายอดเยี่ยมทางด้านเครื่องพิมพ์ อิงค์เจ็ท

โดยข้อมูลได้รับจากการสัมภาษณ์ผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งสำรวจผู้ใช้ในศูนย์การค้าพันธ์ทิพย์ พลาซ่า ศูนย์การค้าไอที มอลล์ ฟอร์จูน รวมทั้งการสำรวจผ่านออนไลน์และแบบฟอร์มแทรกในนิตยสาร HWM ซึ่งผู้ที่ชนะในสายผลิตภัณฑ์ต่างๆ คือสุดยอดแบรนด์ยอดนิยมที่ได้รับการโหวตจากผู้บริโภคทั่วไปนั่นเอง

Review:Sony Cyber-shot TX10

          กล้องดิจิตอลจากบริษัทโซนี่ ได้ออกแบบมาให้มีความสวยงามโดดเด่นเข้ากับไลฟ์สไตล์ของการใช้งาน พร้อมนวัตกรรมสำหรับกล้องดิจิตอลที่สมบูรณ์แบบ กันน้ำ,กันกระแทก,กันฝุ่น,กันความเย็น รวมถึงการถ่ายภาพมุมกว้างแบบ ISweep Panorama หรือ บันทึกวิดีโอรูปแบบ Full HD Movie

          กล้องดิจิตอล Sony มีความละเอียดถึง 16.2 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายวีดีโอ Full HD 1080 หน้าจอ LCD 3 นิ้ว 3D Sweep Panorama จอสัมผัส กันน้ำ 5 เมตร กันกระแทก 1.5 ม. กันความเย็น -10 องศา SonyCybershot DSC TX10 สามารถใช้การ์ดบันทึกได้หลายรูปแบบทั้ง Memory Stick Duo, Memory Stick Pro Duo, SDHC, SDXC, Secure Digital รองรับมาตรฐานไฟล์ JPEG รองรับแบตเตอรี่ Li-Ion น้ำหนักของ Sony TX10 ประมาณ 133g.

          ด้านบนของกล้อง sony จะพบกับปุ่มสวิทช์เปิด-ปิด ปุ่มชัตเตอร์ รวมถึงปุ่มโยกซูมเข้าซูมออก และมีปุ่มที่เอาไว้ชมภาพอยู่ใกล้ๆ กันด้วย สิ่งที่สะดุดตามีอักษรพิมพ์ไว้ตัวเบ้อเริ่มเลยว่า Waterproof 5.0m/16 ft ที่เป็นจุดเด่นที่สุดของกล้องรุ่นนี้ คือสามารถกันน้ำได้ในระดับความลึก 5 เมตรนั่นเองค่ะ

ด้านขวามือจะมีช่องใส่ HDML ข้างๆจะช่องเล็กๆ เป็นปุ่มสำหรับปิด – เปิดช่องเชื่อมต่อ HDML

          หากเราเปิดช่อง HDML ออกมาจะเจอช่องใส่ USB และช่อง HDML อยู่ด้านใน ที่ต้องมีฝาปิด เพราะสามารถป้องกันน้ำได้ และไม่ให้น้ำเข้ากล้อง

ด้านซ้ายมือของกล้องเป็นเงาไม่มีปุ่มใด

          ด้านล่างมาพร้อมซีลกันน้ำ สำหรับช่องใส่หน่วยความจำ และพอร์ทเชื่อมต่อ  สำหรับจุดเด่นที่อยากให้ดูคือด้านล่างของตัวเครื่องครับที่เป็นฝาปิดช่องใส่แบตเตอรีและการ์ดหน่วยความจำ รุ่นนี้สามารถใส่ได้ทั้ง SD Card และ Memory Stick ใครอยากใส่แบบไหนก็ตามสบายเลยค่ะ และใกล้ๆ กันจะมีฝาปิดพอร์ทเชื่อมต่อเข้ากับโทรทัศน์ด้วย (ในกล่องจะมีสายแยกต่างหากให้) ซึ่งจะถูกฝาปิดแบตฯ ทับไว้อีกครั้งหนึ่งเพื่อความแน่นหนา โดยที่ฝาทั้งสองอันนี้มีส่วนที่สำคัญมากๆ อยู่คือซีลยางกันน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้ามาภายในกล้องซึ่งผู้ใช้งานอาจจะเข้าได้หากปิดฝาไม่สนิทหรือไม่ถูกต้องแล้วดันเอาไปลงน้ำ แบบนี้กล้องได้พังแน่นอนค่ะ

 

 

โหมดการใช้งาน

          หน้าจอหลักจะมีส่วนที่เราใช้งานบ่อยๆ ไม่กี่เมนูดังภาพ (ในภาพเป็นโหมดถ่ายภาพมาโคร) สำหรับเมนูด้านซ้ายก็จะมีลูกเล่น คือการเปิด-ปิดแฟลช การตั้งเวลา (สามารถตั้งให้ถ่ายตัวเองเมื่อมีใบหน้าอยู่ในกรอบได้ด้วย) การถ่ายภาพต่อเนื่อง (ได้สูงสุดสิบภาพต่อเนื่อง ส่วนความเร็วก็เลือกเอาในเมนู) เลือกขนาดภาพที่ต้องการถ่าย ส่วนด้านขวาก็จะเป็นข้อมูลต่างๆ และเมนูเลือกโหมดการถ่ายภาพ และรีวิว ตามลำดับ

          การสั่งงานสำหรับกล้องตัวนี้ คือ “จิ้ม” เมนูต่างๆ ทำงานได้รวดเร็วดี อาจมีหน่วงนิ๊ดดดหน่อยๆ แต่ไม่ใช่ปัญหาอะไร คิดว่าดูดีเลยละสำหรับเมนูกล้องดิจิตอลตัวนี้ ตัวอักษรสวย ภาพไม่แตก น่าใช้ทีเดียว ความไวในการตอบสนองของหน้าจอก็รวดเร็วดีครับ ไม่ต้องออกแรงกดจอแรงๆ แต่อย่างใด

          หน้าจอแสดงเมนูการค้าหาภาพ มีทั้งหมด 3 รายการ คือ เมนูการค้นหาใบหน้าปกติ , ภาพเด็กเด่นกว่า ,ภาพผู้ใหญ่เด่นกว่า

          ต่อมาเป็นเมนู การตั้งเวลา เมนูมี 5 รายการ  1.ปิด  2.ตั้งเวลาถ่าย 10 วินาที 3.ตั้งเวลาถ่าย 2 นาที 4.ตั้งถ่ายคนเดียว 5.ตั้งถ่าย 2 คน

          ถัดมาเป็นเมนู การเลือกขนาดภาพที่ต้องการ  มี 6 รายการ  ดังนี้ 1. Still Image Size 16M  (  4,608 x 3,456 )  2.ขนาดภาพความละเอียด 10 ล้านพิกเซล( 3,648 x 2,736 )  3.ขนาดภาพความละเอียด5 ล้านพิกเซล( 2,592 x 1,944 ) 4. ความละเอียดภาพขนาด VGA( 640 x 480 )  5.ขนาดภาพนิ่งโหมด 16:9  ( 12M(4,608 x 2,592) 6.ขนาดภาพนิ่งโหมด 16:9  ( 2M(1,920 x 1,080))

คำแนะนำในเครื่อง เราสามารถเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับกล้องจากเมนูนี้ได้

โหมดการถ่ายรูปแบบ  smile   ถ้าไม่ยิ้มจะไม่ถ่ายประมาณนี้

ระบบจำแนกบรรยากาศ การลั่นชัดเตอร์ด้วยรอยยิ้ม

เมนูการถ่ายภาพต่อเนื่อง  มี 2 ระดับคือ ต่ำและสูง

คุณสมบัติทั่วไปของกล้อง Sony Cybershoht DSC-TX10

  • ความละเอียด 16.2 ล้านฟิกเซล
  • หน้าจอ LCD 3.0 นิ้ว
  • ซูมออฟติคอล 4 เท่า
  • ซูมดิจิตอล 16 เท่า
  • Image Sensor ใช้ Exmor R
  • หน่วยความจำ Memory Stick Duo / Memory Stick PRO Duo / Memory Stick PRO Duo (High Speed) / Memory Stick PRO-HG Duo / SD Memory Card / SDHC Memory Card / SDXC Memory Card
  • ถ่ายภาพมุมกว้างในรูปแบบ ISweep Panorama และ ภาพนิ่งในรูปแบบสามมิติ
  • กันน้ำลึก 5 เมตร
  • กันกระแทก,กันฝุ่น,กันความเย็น
  • บันทึกวีดีโอ Full HD 1080i
  • ISO Auto/3200
  • เลนส์ Carl Zeiss® Vario-Tessar 25มม.

ประทับใจ

  • คุณภาพบอดี้และการประกอบ
  • เล็ก และบาง
  • ถึก ทนไม้ทนมือ
  • กันน้ำ กันฝุ่น กันกระแทก
  • ภาพสวย
  • ใช้งานง่ายดั่งปอกกล้วย
  • โหมดพาโนรามา ใช้งานง่ายมาก  (แค่ลากมือ)
  • สามารถถ่ายภาพแบบ 3 D และ 3D Sweep Panorama
  • มีโหมดหน้าชัดหลังเบลอ – มีโหมดหน้าใส เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคล
  • เลนส์มุมกว้างCarl Zeiss 25-100 คุณภาพสูงให้ภาพคมชัดสีสวย
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ถึง 10 เฟรม/วินาที ถ่ายภาพเคลื่อนไหว แบบ AVCHD
  • สามารถเลือกใช้เมมโมรี่ได้ทั้ง SD และเมมโมรี่สติ้ก
  • เซ็นเซอร์แบบ Exmor R ช่วยในการถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี มีโหมด ถ่ายกลางคืนถือด้วยมือ ช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยง่าย และคุณภาพภาพดี

ข้อสังเกต

  • ไม่มีสายคล้องคอเวลาถ่ายภาพใต้น้ำ
  • หน้าจอด้านหลังพลาสติกมันวาว เป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย
  • ขณะใช้งานนิ้วอาจเผลอไปโดนหน้าจอสั่งงานได้บางโอกาส
  • โปรแกรมหน้าใส และหน้าชัดหลังเบลอยังคำนวณไม่แม่นยำนัก
  • หากไปเที่ยวทั้งวันที่ไม่มีที่ชาร์ทแบตเตอรี่ควรหาแบตเตอรี่สำรองอีก 1 ก้อน
  • เวลาถ่ายต้องระวังนิ้วบังหน้าเลนส์

Review:iMAC 309 TH/A

          พลังจากโปรเซสเซอร์ quad-core ทำให้ iMac ใหม่เร็วที่สุดเท่าเคยมี ความเร็วกว่ารุ่นเดิมสูงสุดถึง 80 เปอร์เซนต์1 ในทุกรุ่นจะมีโปรเซสเซอร์ของ Intel Core i5 quad-core เป็นมาตรฐาน และสามารถเลือกใช้เป็น Intel Core i7 ที่เป็นโปรเซสเซอร์ quad-core ที่เร็วที่สุดตอนนี้ได้ทั้งใน iMac 21.5 และ 27 นิ้ว นอกนั้นยังเพิ่มหน่วยความจำ DDR3 ได้ถึง 16GB และไดรฟ์ solid-state ความเร็วสูงขนาด 256GB2 ที่จะทำให้คุณมีทุกอย่างครบพร้อมสำหรับทำได้ทุกสิ่ง

          magic mouse เป็นเมาส์ไร้สายของ Apple ตอนเราซื้อ จะมีให้เลือกระหว่าง magic mouse และ magic trackped ทั้งสองอย่างอยู่ในราคาเดียวกัน แต่ถนัดใช้เมาส์มากกว่า ตัว magic mouse เป็นผิวแบบเรียบรื่น สามารถคลิกตรงไหนก็ได้ ด้านล่างของเมาส์จะปุ่มเปิด- ปิด wireless

          การใช้งาน เหมาะมือมาก แต่ไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ เพราะเมาส์มีขนาดเล็ก สามารถคลิกตรงไหนก็ได้

          เห็นปุ่มเล็กๆไหมค่ะ นั้นแหละค่ะ คือปุ่ม wireless พอเปิดปุ่มปั๊บ ไฟ wirelress จะเขียวขึันทันทีเลย แสดงว่าพร้อมใช้งานแล้ว magic mouse ตัวนี้ใช้ถ่าน สองก้อนค่ะ

          ถัดมาเป็นอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่สำคัญค่ะ ไม่ใช้อะไรที่ไหน นั้นก็คือ Wireless Keyboard ซึ่ง wireless keyboard ตัวนี้ไม่แตกต่างจาก magic mouse เท่าไหร่ค่ะ

          ด้านขวามือของ Wireless Keyboard จะมีปุ่มเปิดอยู่ด้านข้างค่ะ เห็นไหมค่ะ ถ้ากดเปิด เราก็จะสารารถใช้ Wireless Keyboard ได้ค่ะ

ทางด้านฝั่งซ้ายมือ จะมีช่องใส่ถ่านค่ะ อาจจะป็น 2 หรือ 3 ก้อนนั้นแล้วแต่รุ่นค่ะ

ส่วนด้านหลังจะมีเนินด้านหนึ่งไว้สำหรับตั้ง Wireless Keyboard ให้ใช้งานถนันค่ะ

แป้นพิมพ์นั้น ถูกสกีนมาให้เป็นภาษเรียบร้อยแล้วค่ะ

ด้านของของตัวเครื่อง imac จะมีช่องเล็กๆอยู่สองช่องทางด้านขวามือค่ะ

          ซูมให้ดูค่ะ จะเห็นได้ชัดเจนว่าด้านล่างจะเป็นช่องขนาดเล็ก ไว้สำหรับใส่ mic card ขนาดเล็ก ส่วนช่องด้านบนใช้สำหรับใส่แผ่น cd/dvd


ด้านหลังเครื่อง ไม่มีสายต่างๆให้รกรุงรัง

ด้านหลังจะมีตราสัญลักษณ์ เป็นรูป Apple แหว่งด้านหนึ่ง

          ด้านหลังไล่ลงมาจะมี port ต่างๆเรียงกันอยู่ และมีช่อง Mini DisplayPort ด้วย จะสามารถใช้เชื่อมต่อกับ Mac รุ่นอื่น แล้วทำให้ iMac กลายเป็นจอที่สองได้ค่ะ

          ถัดออกมาทางด้านขวา ข้างๆ port ใต้ขาพับ จะเป็นตำแหน่งของช่องพัดลมดูดอากาศ และช่องต่อสาย Power


ปุ่ม Power อยู่ด้านหลังฝั่งซ้ายมือ (หันหน้าเข้าหาจอเครื่อง) ส่วนช่องระบายอากาศจะอยู่ด้านบน

ตรงมุมขวามือบนหน้า Desktop จะมี โฟล์เดอร์ของฮาร์ดดิสอยู่

เมนูบนหน้า Desktop ของ iMac

หน้าจอสไลด์เปลี่ยนรูปภาพ

เมนูไอคอนต่างๆของ imac

ความประทับใจ

  • การมีแค่เครื่องเดียว ไม่มีจอแยก ไม่มีเครื่องแยก ไม่ต่ออะไรแยก
    ทำให้สายไฟของมันมีเพียง เส้นเดียว
  • หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 27 .1นิ้ว
  • เชื่อมต่อไวมาก
  • ปุ่มคีย์บอร์ดให้สัมผัสที่ดีกว่า (แล้วแต่คนชอบ) และมีแสงใต้คีย์บอร์ดไว้ทำงานตอนมืด
  • หน้าจอใสมาก และปรับความสว่างอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม
  • ระบบ Backup แบบ Time Machine เหนือกว่า Windows Backup มาก
  • Software มีความเข้ากันได้กับ Hardware เป็นอย่างดี ไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิก
  • ทำกราฟฟิกสวยย

ข้อสังเกต

  •  imac น่าจะมากับ bluray
  • Mac mini Server ไม่มีขายใน shop สั่งก็ไม่ได้ ต้องซื้อออนไลน์อย่างเดียว
  •  MB W ไม่มี firewire แล้ว แต่ปกติไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ T T
  • มี Software ให้เลือกใช้น้อย
  • เครื่องเป็นรอยง่าย
  • ใช้งานร่วมกับ windows ไม่ได้
  • ราคาแพงไปหน่อย
  • usb ติดกันมาก ทำให้เสียบยากมาก
  • เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม(อุปกรณ์เสริมต่างๆ)